เศรษฐกิจกับเทศกาลจีน 5 วันที่คนทำธุรกิจควรรู้

เศรษฐกิจกับเทศกาลจีน 5 วันที่คนทำธุรกิจควรรู้

อินเทอร์เน็ตกำลังทำให้เศรษฐกิจโลกใกล้ชิดยิ่งขึ้นและ บริษัทต่างชาติกำลังทำธุรกิจในทุกโซนเวลาทั่วโลก หากคุณทำธุรกิจในประเทศจีนหรือค้าขายกับชาวจีน การทำความเข้าใจวัฒนธรรมสามารถช่วยในการปรับปรุงทั้งความสัมพันธ์ทางธุรกิจและความสัมพันธ์ทางสังคม เพื่อสร้างความประทับใจให้ชาวจีนที่กำลังทำธุรกิจด้วย โดยเฉพาะเทศกาลสำคัญของชาติเหล่านี้

Dragon Boat Festival

ในวันที่ 5 ของเดือน 5 ของปฏิทินจันทรคติจีน (ปีนี้คือ 9 มิถุนายน) ชาวจีนฉลองให้กับกวีชื่อดัง Qu Yuan (ประมาณ 340-278 ปีก่อนคริสต์ศักราช) ถึงแม้จะเป็นที่รักของประชาชน แต่ก็ถูกเนรเทศโดบฮ่องเต้แคว้นฉู่ เขาฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงไปในแม่น้ำมิลอู ซึ่งเป็นที่มาของเทศกาล Dragon Boat Festival หรือเป็นการแข่งพายเรือ การแข่งเรือได้จัดขึ้นที่ประเทศจีนมานานกว่า 2,000 ปี ซึ่งรัฐบาลจีนเพิ่งจะยอมรับให้เป็นกีฬาในปี 2008 แต่วันนี้หลายพันคนในกว่า 50 ประเทศได้แข่งเรือของพวกเขาเป็นประจำทุกปี

วันเด็ก

วันเด็กแห่งชาติจีนมีขึ้นในวันที่ 1 มิถุนายน เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกโดยเริ่มขึ้นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปี ค.ศ.1925 โดยมีตัวแทนจากชาติต่างๆ 54 ชาติ มาชุมนุมเพื่อหารือเรื่องสวัสดิการของประชากรเด็กของโลก เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของเด็ก และได้มีการตั้ง “ปฏิญญาเจนีวาปกป้องเด็ก ๆ ” ซึ่งเรียกร้องให้ประเทศต่างๆปกป้องเด็กจากปัญหาความยากจน การปฏิบัติงานด้านแรงงานเด็กและโอกาสในการศึกษา

วันอาร์เบอร์ (วันปลูกต้นไม้)

ถึงแม้ว่าการเฉลิมฉลองแบบดั้งเดิมของวันปลูกต้นไม้นี้จะเริ่มขึ้นในเนบราสก้า (สหรัฐอเมริกา) ใน ค.ศ.1827 แต่ชาวจีนได้รับเอามาใช้ใน ปี ค.ศ.1927 ผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยนานกิง ในช่วงแรกๆนั้นยังไม่ได้รับการยอมรับโดยถูกปฏิเสธจากรัฐบาลจีน แต่หลังจากที่ดร. ซุนยัตเซ็นเสียชีวิต แนวความคิดนี้ได้รับการฟื้นคืน และมีการสนับสนุนโครงการปลูกป่าอย่างแข็งขัน ในปี ค.ศ.1981 สาธารณรัฐประชาชนจีนยอมรับแนวคิดนี้และได้ประกาศให้วันที่ 12 มีนาคมว่าเป็นวันหยุดราชการ ที่เรียกว่า อาร์เบอร์ เดย์ ในวันนี้ชาวจีนและชาวต่างชาตินับล้านๆ คนจะร่วมกันปลูกต้นไม้ไปทั่วประเทศตามบ้านเรือนของตนเองหรือที่สาธารณะ

Qingming Festival

หรือที่เรียกว่า เทศกาลเช็งเม้ง คือประมาณ ต้นเดือนเมษายน (ปีนี้คือ 4 เมษายน) มีการเฉลิมฉลองพิธีเฉลิมฉลองฤดูใบไม้ผลิของจีนนี้ วันหยุดมีการเชื่อมต่อกับทั้งการเกิดขึ้นของฤดูใบไม้ผลิและการให้ความเคารพแก่วิญญาณบรรพบุรุษด้วย โดยงานนี้เกิดขึ้นมาเมื่อ 2,500 ปีก่อน และถือประเพณีที่สำคัญมากที่สุดของของชาวจีน คือ ไหว้บรรพบุรุษที่สุสาน ฮวงซุ้ยเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ โดยเทศกาลนี้ได้รับอิทธิพลจากลัทธิขงจื๊อ ที่มีแนวการสอนให้รู้จักด้านความกตัญญูต่อพ่อแม่และบรรพบุรุษในตระกูล

เทศกาลโคมไฟ (Lantern Festival)

เทศกาลที่สวยงามที่สุดคือ เทศกาลโคมไฟ ซึ่งเกิดขึ้นทุกปีในวันที่ 15 หลังจากวันเพ็ญเดือน ในปีนี้มีการเฉลิมฉลองเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ เป็นเวลากว่า 2,000 ปีประเทศจีนและประเทศในเอเชียอื่น ๆ ได้เฉลิมฉลองความงดงามของผ้าไหมและโคมไฟกระดาษ เดิมทีใช้เพื่อเป็นเกียรติแก่พระพุทธเจ้า หลังจากที่ฮ่องเต้ ประกาศว่าทั้งประเทศควรส่องสว่างด้วยแสงไฟทั้งหมด จีนได้พัฒนาการแสดงโคมไฟจำนวนมากรวมถึงโคมลอย การเต้นรำในงานเทศกาล เช่น การเชิดมังกรและสิงโต ในเทศกาลนี้จะมีโคมไฟที่ส่องสว่างหลายพันดวงที่สวยงามมาก

ธุรกิจในระดับสากลจำเป็นต้องเข้าใจวัฒนธรรมขององชาวจีนเพื่อสร้างความประทับใจและจะและก็จะเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจการค้าในที่สุด

ซาอุดิอาระเบีย กับแผนการเนรมิตเมืองใหม่เพื่อเศรษฐกิจในอนาคต

ทรัพยากรธรรมชาติอย่าง “น้ำมัน” ที่อยู่ใต้ผิวโลกถูกขุดขึ้นมาใช้เป็นเวลากว่าร้อยปีมาแล้วซึ่งแน่นอนว่าน้ำมันนั้นย่อมมีปริมาณจำกัดและในอนาคตหากจะบอกว่าคงจะหมดไปจากโลกก็คงไม่เป็นไปได้แน่นอน โดยเฉพาะประเทศในแถบตะวันออกกลางซึ่งถึงแม้ว่าจะมีภูมิประเทศที่แห้งแล้งกันดารซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะดำรงชีพ แต่บริเวณใต้ดินกลับมีปริมาณของแหล่งน้ำมันธรรมชิอยู่อย่างมหาศาล นั่งจึงทำให้ประเทศในแถบนี้มีความมั่งคั่งร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยการส่งออกน้ำมันไปขายให้กับประเทศต่างๆ แต่ในเมื่อน้ำมันกำลังลดลงไปทุกที ในช่วงหลายปีหลังเราจึงมักเห็นการวางแผนโครงการของประเทศในแถวะวันออกกลางเพื่อรองรับวิกฤติน้ำมันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

อย่างล่าสุดประเทศซาอุดิอาระเบีย ประเทศยักษ์ใหญ่ในแถบภูมิภาคนี้ก็ได้เปิดตัวโครงการสร้างเมืองใหม่ที่มีชื่อว่า NEOM ซึ่งมีขนาดของเนื้อที่โดยประมาณ 10,230 ตารางไมล์ ใหญ่กว่านครนิวยอร์ก ของสหรัฐอเมริกามากถึง 33 เท่า และภายในเมืองจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงทั้งสิ้น หากเรียกว่าเป็นเมืองแห่งอนาคตก็คงไม่ผิดนัก โดยตัวเลขโครงการสร้าง NEOM นั้นมีการคาดการณ์กันว่าทุ่มเงินลงทุนไปกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ หรือแปลงเป็นเงินไทยคือ 17 ล้านล้านบาท เลยทีเดียว โดยรัฐบาลซาอุฯ ต้องการให้การสร้างเมืองใหม่อย่าง NEOM ให้เสร็จโดยเร็วที่สุดซึ่งคาดการณ์กันว่าเมืองนี้น่าจะเสร็จอย่างสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 2025

โดยเม็ดเงินที่จะถูกนำมาใช้เพื่อการลงทุนนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน เช่นเดียวกับโครงการใหญ่ๆของประเทศอื่นๆ คือ 1. มาจากเงินอุดหนุนของรัฐบาลซาอุฯ และ 2. เงินลงทุนที่มาจากภาคเอกชน เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน (Mohammed bin Salman) ซึ่งในขณะนี้ดำรงตำแหน่งมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบีย ทรงประกาศว่า NEOM นั้นจะเป็นเมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะเพื่อทดแทนการขาดหายไปของปริมาณน้ำมัน โดยนอกจากการเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในโลกแล้ว ที่นี่ยังถูกสร้างขึ้นโดยการใช้แนวคิดพลังงานทดแทนให้มากที่สุดอีกด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีเส้นทางที่สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศใกล้เคียงอย่างจอร์แดนและอียิปต์อีกต่างหาก

จุดประสงค์หลักๆของโครงการ NEOM นั้นจะสร้างขึ้นเพื่อการยกระดับเศรษฐกิจของประเทศในรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะกับเรื่องของพลังงานทดแทน การใช้เทคโนโลยีชีวภาพ รวมทั้งธุรกิจทางด้านอาหารและความบันเทิงอีกด้วย โดยมีการคาดการณ์กันว่าหากโครงการ NEOM ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ได้เมื่อไหร่ก็จะทำให้ GDP ของประเทศ ทะยานขึ้นไปมากกว่า 1 แสนล้านเหรียญดอลลาร์ในปี 2030 คือในอีก 5ปี ภายหลังจากที่โครงการสำเร็จแล้ว ซึ่งนอกจากซาอุดิอาระเบียแล้วประเทศอื่นๆในแถบนี้ก็เริ่มมีการทำโครงการเพื่อทดแทนการพึ่งพาการส่งออกน้ำมันอยู่อีกหลายประเทศเช่นกัน

B2B ธุรกิจของ E-Commerce อีกหนึ่งประเภทที่นักธุรกิจควรรู้

B2B ธุรกิจของ E-Commerce อีกหนึ่งประเภทที่นักธุรกิจควรรู้

สำหรับโลกในยุคปัจจุบันถือได้ว่าเป็นโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจ การตลาด หรือแม้กระทั่งการทำสิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นจะต้องอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง ย่อมมีความเปลี่ยนแปลงให้ได้สัมผัสอยู่เสมอ ๆ หรือแม้กระทั่งการเกิดธุรกิจใหม่ ๆ ของ E-Commerce อย่างเช่น B2B ซึ่งถือได้ว่าเป็นธุรกิจอีกหนึ่งประเภท ที่ยังคงเน้นการให้บริการโดยรวมไปที่ผู้ประกอบการด้วยกัน ซึ่งจะมีการซื้อขายวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเพื่อส่งตรงแก่ผู้บริโภคโดยตรง

B2B จะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยปัจจัยอะไรบ้าง

การจูงใจ – การจูงใจนั้น ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ดึงลูกค้าให้เข้ามาหาธุรกิจ เมื่อลูกค้าเกิดความสนใจและต้องการสินค้า ความเป็นไปได้ของธุรกิจก็ย่อมมีสูงขึ้น แต่ธุรกิจเองจำเป็นจะต้องส่งเสริมและจุดประกายความคิดให้กับลูกค้าด้วยว่า เมื่อเลือกใช้สินค้าแล้วจะได้รับผลประโยชน์อย่างไรบ้าง

การจัดการบริหารตัวสินค้า – เน้นในรูปแบบขายส่ง มุ่งเน้นปริมาณ แต่ราคาค่อนข้างต่ำ ปกติแล้วนักการตลาดส่วนใหญ่ที่ต้องการจะทำธุรกิจประเภทนี้ มักจะต้องตอกย้ำในเรื่องของคุณภาพ ตลอดจนกระทั่งชื่อเสียงให้มีลักษณะที่ดีอยู่ตลอด และยังคงต้องเน้นการดูแลผ่านการให้บริการลูกค้าคนสำคัญเป็นหลัก เนื่องจากลูกค้าจะมีความสัมพันธ์กับธุรกิจ จนทำให้เกิดรายได้อยู่เช่นเดิม ตลอดจนกระทั่งการค้นหาลูกค้ารายใหม่ เพื่อให้เกิดรายได้ใหม่ ๆ เข้ามา สิ่งที่ธุรกิจจะต้องมุ่งเน้น นั่นก็คือ การสร้างฐานลูกค้าเดิมให้มั่นคง และสร้างฐานลูกค้าใหม่ให้เกิดควบคู่กัน

การโปรโมทตัวสินค้า – ผ่านการจัดงานเทรดโชว์ หรือแม้กระทั่งการออกบูธ ธุรกิจจำเป็นจะต้องมีการโปรโมทตัวสินค้าอยู่เรื่อย ๆ โดยหลักในการโปรโมทสามารถทำได้ด้วยการจัดงานประเภทเทรดโชว์ หรือแม้กระทั่งการออกบูธต่าง ๆ เพื่อที่จะโฆษณาตัวสินค้าของเราให้กลายเป็นที่รู้จัก แถมการโปรโมทสินค้าจะช่วยทำให้ลูกค้ามีการบอกต่อ และมีการเลือกซื้อสินค้ามากยิ่งขึ้น

ความเป็นไปได้ผ่านการทำธุรกิจในรูปแบบต่าง ๆ นั้น มักจะไม่พ้นไปจากการนำเสนอและการตอบสนองให้กับลูกค้า สินค้าส่วนใหญ่เป็นตัวบ่งชี้ในการแก้ไขปัญหาของลูกค้าเป็นหลัก หากทางธุรกิจได้หยิบยื่นและนำสินค้าส่งมอบให้กับลูกค้าได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ย่อมทำให้ลูกค้าเกิดความประทับใจตลอดจนกระทั่งผูกพันธ์ในตัวสินค้าและธุรกิจเอง แต่ถ้าหากธุรกิจมีการนำเสนอที่ไม่ครอบคลุมหรือทั่วถึง การที่ลูกค้าจะรู้จักธุรกิจและตัวสินค้าได้นั้นก็คงยาก ต่อให้เป็นธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใครก็ตาม หากมีการทำตลาดที่ไม่ครอบคลุม ย่อมต้องอาศัยเวลาเข้ามาช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจอย่างแน่นอน

ความเป็นมาของ Bitcoin

Bitcoin สกุลเงินรูปแบบใหม่ที่คนไทยส่วนใหญ่อาจจะยังคงไม่รู้จักดีพอ แต่ข้อดีของบิตคอยน์ก็ยังคงมีให้เห็นแบบหลากหลายด้าน เนื่องจากบิตคอยน์นั้นถือได้ว่าเป็นระบบการเงินรูปแบบใหม่ ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของระบบอย่างแท้จริง และนับได้ว่าเป็นสกุลเงินที่ไม่มีศูนย์กลางพร้อมทั้งไม่มีหน่วยงานใด ๆ ที่คอยเข้ามาดูแลหรือคอยกำกับ เนื่องจากสกุลเงินในรูปแบบบิตคอยน์ได้ถูกสร้างออกมาเพื่อให้ทุกคนได้ใช้แบบร่วมกัน ทำให้สามารถตรวจสอบซึ่งกันและกันได้ตลอดเวลา ความโปร่งใสจึงเกิดขึ้นได้ผ่านการใช้เงินสกุลนี้ เพราะมีเทคโนโลยี Blockchain ที่สามารถนำมาใช้เก็บธุรกรรมของบิตคอยน์ เพื่อให้เกิดความแข็งแกร่งพร้อมทั้งสร้างความปลอดภัยได้อย่างสูงสุด ส่วนในเรื่องของการถูก Hack ข้อมูลผ่านระบบบิตคอยน์แทบจะไม่มีความเป็นไปได้เลย

ความเป็นมาของ บิตคอยน์ (Bitcoin)

ผู้ที่สร้าง Bitcoin ขึ้นมานั้นได้ใช้นามแฝงที่มีชื่อว่า Satoshi Nakamoto โดยคนทั่วโลกไม่มีใครทราบเลยว่าตัวตนจริง ๆ ของผู้ที่สร้างบิตคอยน์นี้คือใครกันแน่ เพราะผู้สร้างไม่ยอมเปิดเผยตัวจริงของเขาแต่อย่างใด และเมื่อบิตคอยน์ได้มีการวางระบบเป็นที่เรียบร้อย จนกระทั่งสามารถทำงานได้ในที่สุด ผู้สร้างที่แท้จริงก็ได้วางมือทุกอย่างและหายไปในปี 2010 โดยที่เขายังคงได้รับการเสนอชื่อเพื่อให้ได้รับรางวัลโนเบล ภายในสาขาเศรษฐศาสตร์ สุดท้ายเขาก็ยังคงปฏิเสธที่จะรับรางวัลนี้

สำหรับ Bitcoin ได้ถูกสร้างและปล่อยตัวซอฟท์แวร์แบบ Open source สู่สาธารณะภายในปี 2009 โดยมีหลักการที่ว่า ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือสินทรัพย์ก็จะต้องเป็นในรูปแบบดิจิตอลที่สามารถนำมาใช้ได้จริงเท่านั้น อีกทั้งยังคงสามารถส่งออกถึงกันไปมาได้แบบทั่วโลกด้วย ทุกอย่างจะต้องเป็นไปอย่างมีอิสระภาพแบบ Peer – to – Peer ซึ่งจะต้องไม่มีหน่วยงานของรัฐหรือแม้กระทั่งธนาคารเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ส่วนในเรื่องของความรวดเร็วผ่านการโอน การจับจ่ายใช้สอย จะต้องมีความสะดวกสบาย พร้อมทั้งมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าธนาคารเป็นหลัก โดยบิตคอยน์ที่ถูกสร้างขึ้นจะมีเพียงแค่ 21 ล้านหน่วยเท่านั้นบนโลกนี้ และในปัจจุบันมีผู้ที่ขุดบิตคอยน์ขึ้นมาแล้วประมาณ 16.8 ล้านหน่วย อีกประมาณ 4.2 ล้านหน่วยอาจจะถูกขุดพบในปี 2140 ก็เป็นได้

ความที่บิตคอยน์กลายเป็นสกุลเงินที่มีข้อดีและนับได้ว่ามีจำนวนจำกัด ส่งผลทำให้เกิดความนิยมมากยิ่งขึ้น และความนิยมนี้ก็เป็นไปอย่างรวดเร็ว เลยทำให้ราคาต่อหน่วยของบิตคอยน์ กลายเป็นราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ แต่ในส่วนของราคาไม่แน่ว่าอาจจะมีขึ้นและมีลงตามสถานการณ์ หากใครได้ครอบครองอยู่ในขณะนี้ อาจจะกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่มีมูลค่ามหาศาลในอนาคตได้เช่นเดียวกัน

บิตคอยน์คืออะไรกันแน่

บิตคอยน์คืออะไรกันแน่

ในปัจจุบันโลกออนไลน์หรือแม้กระทั่งอินเตอร์เน็ตได้ก้าวหน้าไปไกลมาก ไกลจนเราแทบจะวิ่งตามไม่ทันเลยก็ว่าได้ และล่าสุดก็ได้มีบางสิ่งบางอย่างที่นับได้ว่าเป็นสิ่งใหม่ ๆ มาให้เราได้ยิน นั่นก็คือ บิตคอยน์ซึ่งหลายคนก็อาจจะยังไม่เข้าใจเลยว่า บิตคอยน์นั้นคืออะไรกันแน่ พร้อมทั้งมีที่มาที่ไปอย่างไรบ้าง และใครกันที่เป็นคนสร้างบิตคอยน์ขึ้นมาให้เราได้ใช้ประโยชน์ คำถามต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นอย่างมากมาย และนับได้ว่ามีอีกเป็นร้อย ๆ คำถามที่คนไทยต่างก็ตั้งกันขึ้นมาเพราะสงสัย วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับบิตคอยน์ในเบื้องต้น เพื่อให้คุณได้รับรู้ว่ามันคืออะไรกันแน่

บิตคอยน์ (BITCOIN) ถือได้ว่าเป็น เงินดิจิตอลสกุลหนึ่ง (CryptoCurrency) ซึ่งถือได้ว่าเป็นสกุลเงินใหม่ล่าสุดที่มาในรูปแบบของเงินอิเลคโทรนิกส์โดยตรง ไม่ได้มีรูปลักษณ์เป็นเหรียญหรือกระดาษ ต้องคอยใช้จ่ายแบบ computing device เป็นหลัก แต่นับได้ว่ามี Market Cap มากที่สุดเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้บิตคอยน์ยังคงได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะสามารถนำมาแลกเปลี่ยนและซื้อสินค้าพร้อมทั้งบริการได้แบบทั่วโลก ตลอดจนกระทั่งเราสามารถโอนให้กันไปมาระหว่างทางด้านผู้ถือกับผู้รับได้อย่างรวดเร็ว ข้อดีอีกอย่างผ่านการใช้บิตคอยน์นั่นก็คือ ต่อให้มีค่าธรรมเนียมแต่ค่าธรรมเนียมก็จะต่ำกว่าการโอนเงินผ่านทางธนาคารอีกด้วย

ระบบการเงินที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของและไม่มีศูนย์กลาง

อีกหนึ่งประเด็นที่คุณควรเข้าใจ ผ่านการเลือกใช้สกุลเงินอย่าง บิตคอยน์ (BITCOIN) นั่นก็คือ บิตคอยน์เป็นระบบการเงินรูปแบบหนึ่งที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของระบบเงินในรูปแบบนี้ และนับได้ว่าไม่มีศูนย์กลางแต่อย่างใด พร้อมทั้งไม่มีหน่วยงานที่จะเข้ามาปิดกั้น คอยกำกับการเลือกใช้ หรือ เข้ามาคอยชี้แนะแนวทางได้ เพราะเนื่องจากระบบบิตคอยน์ถือได้ว่าเป็นระบบที่ถูกออกแบบมา เพื่อที่จะให้ทุกคนได้เลือกใช้และเป็นเจ้าของร่วมกันโดยตรง สามารถตรวจสอบซึ่งกันและกันได้ตลอดเวลา มีความโปร่งใส ตลอดจนกระทั่งเราสามารถตรวจสอบได้ทุกธุรกรรมอีกเช่นเดียวกัน ผ่านการเลือกใช้เทคโนโลยีที่มีชื่อว่า Blockchain ซึ่งนับได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในการเก็บธุรกรรมของบิตคอยน์ได้อย่างแท้จริง ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะมีความแข็งแกร่งและมีความปลอดภัยเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ส่งผลทำให้ใครก็ไม่สามารถทำการ Hack ข้อมูลของระบบบิตคอยน์ได้อย่างแน่นอน

ด้วยความที่ บิตคอยน์ (BITCOIN) ยังคงเป็นสกุลเงินรูปแบบใหม่อยู่ จึงส่งผลทำให้คนไทยส่วนใหญ่อาจจะยังคงไม่รู้และไม่เข้าใจ ว่าจริง ๆ แล้วจะสามารถใช้ประโยชน์อะไรจากบิตคอยน์ได้บ้าง และบิตคอยน์มีดีอย่างไรต่อจากนี้ เพราะบิตคอยน์ยังคงเป็นสิ่งใหม่ ๆ ที่คนไทยบางคนอาจจะยังคงไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำไป

Letter of credit คำๆนี้ หมายถึงอะไรหนอ

Letter of credit

ยิ่งเวลาเปลี่ยนผันไปมากเท่าไหร่ ความเปลี่ยนแปลงภายในประเทศไทยก็มีมากขึ้นเท่านั้น หลายสิ่งหลายอย่างถูกคิดค้นและผลิตขึ้น เพื่อตอบสนองการดำเนินชีวิตของมนุษย์ที่รีบแบบที่เน้นความสะดวกสบายเป็นหลัก แม้กระทั่งในเรื่องของการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีมีส่วนเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก ทำให้ระบบทุกอย่างดูทันสมัยไปเสียหมด โดยในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านทุกท่านไปทำความรู้จัก วิธีการชำระเงินค่าสินค้าผ่านทางธนาคารอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีหลักประกันในการรับเงินและรับสินค้าร่วมด้วย ส่วนรายละเอียดจะมีดังต่อไปนี้

Letter of credit คือ ?

ในส่วนของ Letter of credit นั้น เปรียบเสมือนเป็นตราสารทางการค้า ซึ่งธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ออก โดยตราสารนี้จะใช้ในการชำระเงินค่าสินค้า โดยชำระผ่านทางธนาคารที่กำลังได้รับความนิยมเป็นหลัก โดยจะสามารถเป็นหลักประกันได้ว่า ทางด้านผู้ขายจะได้รับเงินค่าสินค้าอย่างแน่นอน เมื่อมีการรับมอบสินค้าลงเรือ และทางด้านผู้ซื้อเองก็จะได้รับสินค้าอย่างแน่นอน เมื่อมีการจ่ายเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ประเภทของ Letter of credit

Letter of credit ประเภทที่สามารถเพิกถอนได้ – สำหรับ Letter of credit ประเภทนี้ ถือได้ว่าไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นัก เมื่อธนาคารของทางด้านผู้ซื้อ ได้มีการออกตราสารทางการค้าเพื่อส่งไปยังธนาคารผู้ขายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางด้านธนาคารผู้ซื้อจะสามารถบอกยกเลิกตราสารนี้ได้ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องให้ฝ่ายทางด้านผู้ขายหรือธนาคารผู้ขายรับรู้หรือยินยอม

Letter of credit ประเภทที่เพิกถอนไม่ได้ – สำหรับ Letter of credit ประเภทนี้ ถือได้ว่าเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในส่วนของ Stanby L/C , Transferable L/C , Revolving L/C , Back to Back L/C และ Red Clause L/C ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลจะทำให้มีการเลือกใช้ตราสารทางการค้าประเภทนี้ได้ง่ายยิ่งขึ้น รวมไปถึงสิทธิประโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายจะได้รับ ถือได้ว่ามีจำนวนมากขึ้น โดยทั้งทางด้านผู้ซื้อและผู้ขายได้หลักในการรับประกันอย่างเต็มที่ แถมในส่วนของหลักฐานและเอกสารต่าง ๆ ที่ใช้ในการซื้อขายสินค้า ก็ยังคงมีความชัดเจนเป็นอย่างมากอีกด้วย

ตอนนี้คงเข้าใจกันแล้วว่าคืออะไร บางทีคนเห็นคำว่าเครดิตมานึกว่าเกี่ยวกับหนี้ เล่นหวย พนันบอลออนไลน์ เปียแชร์ จนเงินหมดเลยเป็นหนี้หรือปล่าว มันคนละเรื่องกันนะ Letter of credit หรือ LC ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญให้กับผู้ซื้อและผู้ขายสินค้า การเลือกใช้ตราสารทางการค้าประเภทนี้ จะช่วยทำให้การซื้อขายเป็นไปได้ง่าย แถมยังคงมีหลักประกันที่จะช่วยทำให้ทั้งด้านผู้ขายและผู้ซื้อ ไม่จำเป็นจะต้องกังวลใจแต่อย่างใด อีกทั้งรายละเอียดและเอกสารต่าง ๆ ที่ถูกนำมาใช้ ยังคงมีความชัดเจนเป็นอย่างมาก และนี่ก็คืออีกหนึ่งรูปแบบผ่านการชำระเงินในการซื้อขายสินค้า ซึ่งมีรูปแบบที่น่าพึงพอใจอย่างมากเลยทีเดียว

เจาะลึกการทำไร่ ทำสวนแบบผสมผสาน

การทำไร่

หากเรามองจากหลากหลายประเทศทั่วโลก และมีการเปรียบเทียบการทำเกษตรกรรมของประเทศไทย เราจะเห็นได้ว่า ประเทศไทยเองก็ยังคงเป็นประเทศแห่งการทำเกษตรกรรมที่แท้จริง มีพื้นที่จำนวนมากภายในประเทศไทย ที่ยังคงเป็นพื้นที่เกษตรกรรมอยู่ และที่แน่ ๆ ก็คือ หลักในการทำเกษตรของประเทศไทย ยังคงเป็นไปในลักษณะที่แตกต่าง แต่ละพื้นที่มีหลักในการทำเกษตรกรรมที่ไม่เหมือนกันมาอย่างยาวนาน และเมื่อมีหลักการทำเกษตรกรรม ตามแบบฉบับเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามา คนไทยไม่น้อยเลือกที่จะเดินตามหลักในการทำเกษตรในรูปแบบนี้ โดยที่พวกเขาเริ่มศึกษาและทดลองทำตามอย่างมุ่งมั่น แต่ก็ยังคงมีคนไทยบางกลุ่ม ที่มองว่ามีความเป็นไปได้น้อยมาก จึงเลือกที่จะหันเหและกลับมาทำเกษตรกรรมในรูปแบบของตนเองแบบเดิม

เกษตรแบบผสมผสาน เป็นอย่างไร ?

หากเรามองตามหลักความเป็นจริงแล้ว การทำเกษตรแบบผสมผสาน คือการปลูกพืชผักผสมผสานกันภายในพื้นที่เดียวกัน โดยจะต้องมีการจัดสรรและแบ่งแยกพื้นที่ออกเป็นส่วน ๆ ให้มีความเหมาะสม ซึ่งการดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นการผลักดันทำให้เราทุกคนได้เรียนรู้ไปกับการดำรงชีวิต การทำสวน ทำไร่ ทำนา ในรูปแบบที่ว่าใช้พื้นที่อย่างไรให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุดเป็นหลัก โดยการทำสวนทำไร่แบบผสม ไม่ได้มีการกำหนดอย่างตายตัวว่าคุณจะต้องปลูกพืชชนิดไหน แบบไหน แต่ใจความสำคัญจริง ๆ ของการทำไร่ทำนาแบบผสมผสาน ก็คือ คุณจะต้องใช้พื้นที่ให้เกิดความคุ้มค่าอย่างมากที่สุด เท่านั้นเอง

ส่วนในเรื่องของการเลือกพืชพันธุ์ ขอให้คุณนึกถึงประโยชน์ในการนำมาปลูกเป็นหลัก หรือถ้าหากใครจะแบ่งพื้นที่เพื่อเลี้ยงสัตว์ ก็ยังคงสามารถทำได้ แต่ถ้าหากคุณพบว่า สิ่งที่คุณเลือกเป็นอะไรที่ขัดกัน และมีผลทำให้ผลผลิตน้อยลงไปก็ไม่ควรเลือกเป็นอันขาด และอีกหนึ่งส่วนที่คุณจะต้องใส่ใจ นั่นก็คือ คุณจะต้องรู้ด้วยว่า สภาพดินภายในพื้นที่ของคุณ แท้ที่จริงแล้วเป็นอย่างไร ฝนตกช่วงไหน อากาศเป็นไปในลักษณะไหน เพื่อที่จะสามารถกำหนดพืชหรือสัตว์ที่คุณจะปลูกและเลี้ยงภายในพื้นที่เหล่านี้ได้ถูกต้อง

และนี่ก็คือหลักในการทำเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นไปตามหลักแนวเศรษฐกิจแบบพอเพียง ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่า หากคุณทำเกษตรตามหลักการนี้ได้ จะทำให้คุณได้รับประโยชน์ภายในพื้นที่ทั้งหมดของคุณได้อย่างคุ้มค่า แถมยังคงประหยัดแรงงานได้อย่างแท้จริง และที่สำคัญ คุณจะมีพืชพันธุ์หลากหลายชนิด พร้อมทั้งสัตว์ที่คุณเลี้ยงเอาไว้ภายในพื้นที่นี้ นับได้ว่าเป็นผลผลิตที่คุณสามารถสร้างรายได้ได้อีกด้วย

มาทำความรู้จัก LETTER OF CREDIT กันเถอะ

understanding

สำหรับ Letter of credit หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ย่อ ๆ ว่า LC หลายต่อหลายคนอาจจะยังคงไม่รู้จัก หรือ บางคนอาจจะรู้จักกันบ้างแล้ว แต่ไม่ได้รู้ลึกถึงเรื่องนี้กันมากเท่าไหร่นัก ซึ่งในส่วนของ Letter of credit ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทุกคนภายในประเทศไทยควรที่จะศึกษา พร้อมทั้งทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อที่ความรู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยง ซึ่งถ้าหากใครไม่มีความเกี่ยวข้องแล้วจะสามารถทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ไหม ต้องขอบอกเลยค่ะว่าทุกคนสามารถศึกษาเรื่องนี้ได้ เพราะนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความรู้ดี ๆ ที่จะทำให้คุณสามารถรับรู้อะไรได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการชำระเงินค่าสินค้าผ่านทางธนาคาร

Letter of credit คืออะไรกันแน่?

ต้องขอบอกเลยค่ะว่า Letter of credit คือ รูปแบบการชำระเงินค่าสินค้า ซึ่งเป็นการชำระเงินผ่านทางธนาคารที่มักจะได้รับความนิยมอย่างสูงสุด เนื่องจากสามารถรับประกันได้ว่า ผู้ขายจะได้รับการชำระเงินค่าสินค้าเมื่อมีการส่งมอบสินค้าลงเรือเพื่อทำการขนส่ง รวมไปถึงเป็นการรับรองว่าผู้ซื้อจะได้รับสินค้า เมื่อได้มีการโอนเงินหรือจ่ายเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่ง Letter of credit ถือได้ว่าเป็นตราสารทางการค้าอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ถูกออกหรือกำหนดขึ้นโดยธนาคารพาณิชย์ และตราสารนี้จะถูกส่งไปยังผู้ขาย โดยข้อมูลภายในเอกสารจะเป็นไปตามคำรับรองของธนาคารผู้ที่ทำการเปิด Letter of credit โดยตรง

Letter of credit มี 2 ประเภทด้วยกัน

1.ประเภทที่สามารถเพิกถอนได้ – ในส่วนของตราสารประเภทนี้นั้น มักจะไม่เป็นที่นิยมสำหรับธุรกิจการค้า เป็นเพราะเมื่อทางธนาคารของทางด้านซื้อ ได้มีการออกตราสารเพื่อส่งไปยังธนาคารผู้ขายแล้ว ทางด้านธนาคารผู้ซื้อยังคงสามารถบอกยกเลิกตราสารทุกฉบับได้ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องทำการแจ้งไปยังฝ่ายผู้ขายแต่อย่างใด

2.ประเภทที่ไม่สามารถเพิกถอนได้อย่างเด็ดขาด – สำหรับประเภทนี้ถือได้ว่าเป็นตราสารที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถให้การรับรองแก่ฝ่ายผู้ขายและฝ่ายผู้ซื้อได้เป็นอย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว เพราะทางด้านผู้ซื้อจะไม่มีสิทธิ์บอกยกเลิกตราสารการซื้อขายแต่อย่างใดนั่นเอง

และนี่ก็คือเรื่องราวของ Letter of credit ซึ่งเป็นอีกหนึ่งระบบที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกเช่นเดียวกัน ลองนึกดูสิว่า หากอนาคตมีระบบการโอนเงินผ่านการซื้อขายสินค้าที่สามารถเชื่อมโยง หรือ สร้างความชัดเจนผ่านการซื้อขายได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ย่อมส่งผลดีต่อการทำธุรกิจร่วมกันทั่วทุกประเทศในอนาคตอันใกล้

Startup ธุรกิจก้าวกระโดด ที่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

startup

หากเราพูดถึง Startup หากเป็นต่างประเทศย่อมรู้จักคำนี้กันเป็นอย่างดี แต่สำหรับภายในประเทศไทยแล้ว ดูเหมือนว่าคำนี้จะไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก ที่แน่ ๆ ก็คือกระแสของ Startup จริง ๆ แล้วนับได้ว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว การเริ่มต้นทำ Startup เกิดขึ้นอย่างมากมายจนทำให้คนทั่วโลกต่างก็สัมผัสได้ หลากหลายคำถามที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ Startup จึงมีอยู่มากมาย ว่าตกลงแล้วนั้น Startup คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรนั่นเอง ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Startup พร้อมทั้งได้รับในทุก ๆ คำตอบจากหลากหลายคำถามไปพร้อม ๆ กัน

Startup คืออะไรกัน ? มีความสำคัญอย่างไร ?

จริง ๆ แล้วคำว่า Startup สามารถให้ความหมายได้ว่า บริษัท และ ธุรกิจ ที่ได้ถูกออกแบบขึ้นมาให้มีลักษณะที่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ทุกอย่างเป็นไปในลักษณะของการก้าวกระโดด และนับได้ว่าจะต้องมีการวางแผนผ่านการทำธุรกิจนี้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคน พนักงาน รวมไปถึงเงินทุน ตลอดจนกระทั่งวิธีการทำงานและการวางแผนการตลาด ทุกอย่างจำเป็นจะต้องใช้ความสามารถในการสร้างกำไรให้ได้อย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะสามารถพัฒนาและเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
การเกิดขึ้นของ Startup

จริง ๆ แล้ว Startup เป็นสิ่งที่ถูกนิยามขึ้นมาหลากหลายปีแล้ว โดยจุดเริ่มต้นของ Startup นั้น เกิดขึ้นจากความต้องการของกลุ่มคนที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตนเอง ความเป็น Startup ที่แท้จริงคือธุรกิจทุกรูปแบบที่มีไอเดียใหม่ ๆ ความคิดใหม่ ๆ ซึ่งจะต้องไม่มีใครสร้างหรือทำมาก่อน จนกระทั่งสามารถขยายตลาดได้อย่างน่าทึ่ง เติบโตได้อย่างรวดเร็วจนน่าพึงพอใจนั่นเอง

ลักษณะของ Startup ที่ควรรู้

  1. เป็นธุรกิจใหม่ ซึ่งจะต้องไม่มีใครได้ทำมาก่อนหน้านี้
  2. เป็นธุรกิจที่สามารถก้าวกระโดดและเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มีความยั่งยืน
  3. สินค้าและบริการส่วนใหญ่ มักจะเป็นที่ต้องการของตลาด
  4. เป็นธุรกิจที่สามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ตัวอย่างของธุรกิจ Startup ที่สำเร็จในระดับโลก

  • Facebook
  • Line
  • Airbnb
  • Dropbox
  • Snap เป็นต้น

สำหรับกลุ่มคนที่ต้องการมีธุรกิจส่วนตัวให้เป็นของตนเอง สามารถเริ่มต้นได้ในรูปแบบของ Startup เพราะในปัจจุบันภายในประเทศไทย ยังคงมีธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย และหลากหลายธุรกิจที่ว่านี้ ก็ยังคงเป็นไปในรูปแบบของ Startup เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ที่มีไอเดียดี ๆ ความคิดดี ๆ ที่แปลกใหม่ และได้สร้างขึ้นให้กลายเป็นธุรกิจขึ้น ย่อมต้องมีการวางแผนและดำเนินการต่าง ๆ ให้รอบคอบ จึงเป็นไปในลักษณะของความเป็น Startup เกิดขึ้นแต่ยังคงมีความสมบูรณ์ และนี่ก็คืออีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนา และเจริญก้าวหน้าไปด้วยธุรกิจใหม่ ๆ ที่สามารถตอบสนองและครองได้ตลอดในทุกวันนี้

เรียนรู้ไปกับ Co Working Space

Co Working Space

หากพูดถึง Co Working Space หลายคนก็อาจจะสงสัยว่า คำ ๆ นี้คืออะไรและหมายถึงอะไรเป็นหลัก และถ้าหากมองในแง่ของความหมายตลอดจนกระทั่งมุมมองผ่านคำ ๆ นี้ คนไทยส่วนใหญ่แทบที่จะไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำไปว่าคืออะไร และคำนี้ก็แทบจะดูใหม่มากสำหรับคนไทยโดยตรง แต่ถ้าหากพูดคำ ๆ นี้ในต่างประเทศเชื่อได้เลยว่า ทุกคนในต่างประเทศย่อมรู้จักกันเป็นอย่างมาก ซึ่งในตอนนี้สำหรับประเทศไทยถือได้ว่าเป็นสิ่งใหม่ที่น่าเรียนรู้และน่าค้นหา เพื่อให้เข้ามาเติบโตภายในประเทศของเราและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยได้ในอนาคต ส่วน Co Working Space คืออะไรกันแน่ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ

Co Working Space เป็นอย่างไรและคืออะไร ?

สำหรับ Co Working Space หากจะให้อธิบายแบบเข้าใจได้ง่ายมากที่สุด เราสามารถบอกได้ว่าคำ ๆ นี้คือ สถานที่ที่ของเหล่านักธุรกิจ หรือผู้ที่มีความฝันอยากจะมีกิจการเล็ก ๆ เพื่อเอาไว้ทำธุรกิจ ซึ่งพวกเขาจะไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่นี้แต่อย่างใดเลย แต่เป็นการเช่าพื้นที่นี้เอาไว้ อาจจะเช่าเป็นรายวัน รายเดือน หรือแม้กระทั่งรายปี ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงกับเจ้าของเป็นหลัก เปรียบเสมือนว่าเจ้าของพื้นที่ Co Working Space เป็นเจ้าของตึกและเปิดให้เช่า ภายในตึกมีทั้งโต๊ะทำงาน สถานที่ทำงาน ห้องประชุมในรูปแบบต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งระบบอินเตอร์เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเช่านั่นเอง

Co Working Space มีดีอย่างไรบ้าง?

  • เราไม่จำเป็นจะต้องมีพื้นที่ สถานที่ที่เรียกว่าเป็นออฟฟิศของตนเอง เราก็ยังคงสามารถเริ่มต้นทำกิจการหรือธุรกิจที่เราฝันอยากจะทำได้
  • สามารถประหยัดเงินทุนผ่านการสร้างสถานที่ในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับผู้ประกอบการใหม่ ๆ ที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตนเอง
  • สำหรับผู้ที่ต้องการเช่าพื้นที่ในรูปแบบห้องประชุม สามารถลงทุนจ่ายค่าเช่าเฉพาะห้องประชุมเพียงเท่านั้น ในเฉพาะช่วงที่คุณต้องการจะเช่า
  • ถือได้ว่าเป็นแหล่งพบปะพูดคุย สังสรรค์และสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นแก่ผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจหน้าใหม่ได้ทั้งหมด
  • เป็นพื้นที่ในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เริ่มต้นคิดอยากจะทำธุรกิจต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และสามารถประหยัดงบได้ดีกว่าที่จะสร้างพื้นที่หรือสร้างสำนักงานให้กับตนเอง
  • สามารถเลือกใช้บริการ หรือ เลิกเช่าพื้นที่ได้ตามความต้องการของคุณเป็นหลัก

ผู้ที่ให้บริการเกี่ยวกับ Co Working Space เอง ก็คือผู้ที่มีพื้นที่ให้เช่าและเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเสริมสร้างรายได้เข้ามาสู่ตนเองได้เป็นจำนวนมาก นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพได้เลยก็ว่าได้ ในตอนนี้ประเทศไทยพอที่จะมีคนทำอาชีพนี้กันบ้างแล้ว แต่ยังคงไม่เจริญเติบโตมากนัก ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้หากมีผู้คนรู้จักอาชีพนี้กันมากขึ้น ย่อมเจริญเติบโตและไปได้ไกลมากกว่านี้อย่างแน่นอน