เจาะลึกการทำไร่ ทำสวนแบบผสมผสาน

การทำไร่

หากเรามองจากหลากหลายประเทศทั่วโลก และมีการเปรียบเทียบการทำเกษตรกรรมของประเทศไทย เราจะเห็นได้ว่า ประเทศไทยเองก็ยังคงเป็นประเทศแห่งการทำเกษตรกรรมที่แท้จริง มีพื้นที่จำนวนมากภายในประเทศไทย ที่ยังคงเป็นพื้นที่เกษตรกรรมอยู่ และที่แน่ ๆ ก็คือ หลักในการทำเกษตรของประเทศไทย ยังคงเป็นไปในลักษณะที่แตกต่าง แต่ละพื้นที่มีหลักในการทำเกษตรกรรมที่ไม่เหมือนกันมาอย่างยาวนาน และเมื่อมีหลักการทำเกษตรกรรม ตามแบบฉบับเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามา คนไทยไม่น้อยเลือกที่จะเดินตามหลักในการทำเกษตรในรูปแบบนี้ โดยที่พวกเขาเริ่มศึกษาและทดลองทำตามอย่างมุ่งมั่น แต่ก็ยังคงมีคนไทยบางกลุ่ม ที่มองว่ามีความเป็นไปได้น้อยมาก จึงเลือกที่จะหันเหและกลับมาทำเกษตรกรรมในรูปแบบของตนเองแบบเดิม

เกษตรแบบผสมผสาน เป็นอย่างไร ?

หากเรามองตามหลักความเป็นจริงแล้ว การทำเกษตรแบบผสมผสาน คือการปลูกพืชผักผสมผสานกันภายในพื้นที่เดียวกัน โดยจะต้องมีการจัดสรรและแบ่งแยกพื้นที่ออกเป็นส่วน ๆ ให้มีความเหมาะสม ซึ่งการดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง จะเป็นการผลักดันทำให้เราทุกคนได้เรียนรู้ไปกับการดำรงชีวิต การทำสวน ทำไร่ ทำนา ในรูปแบบที่ว่าใช้พื้นที่อย่างไรให้เกิดประโยชน์ได้อย่างสูงสุดเป็นหลัก โดยการทำสวนทำไร่แบบผสม ไม่ได้มีการกำหนดอย่างตายตัวว่าคุณจะต้องปลูกพืชชนิดไหน แบบไหน แต่ใจความสำคัญจริง ๆ ของการทำไร่ทำนาแบบผสมผสาน ก็คือ คุณจะต้องใช้พื้นที่ให้เกิดความคุ้มค่าอย่างมากที่สุด เท่านั้นเอง

ส่วนในเรื่องของการเลือกพืชพันธุ์ ขอให้คุณนึกถึงประโยชน์ในการนำมาปลูกเป็นหลัก หรือถ้าหากใครจะแบ่งพื้นที่เพื่อเลี้ยงสัตว์ ก็ยังคงสามารถทำได้ แต่ถ้าหากคุณพบว่า สิ่งที่คุณเลือกเป็นอะไรที่ขัดกัน และมีผลทำให้ผลผลิตน้อยลงไปก็ไม่ควรเลือกเป็นอันขาด และอีกหนึ่งส่วนที่คุณจะต้องใส่ใจ นั่นก็คือ คุณจะต้องรู้ด้วยว่า สภาพดินภายในพื้นที่ของคุณ แท้ที่จริงแล้วเป็นอย่างไร ฝนตกช่วงไหน อากาศเป็นไปในลักษณะไหน เพื่อที่จะสามารถกำหนดพืชหรือสัตว์ที่คุณจะปลูกและเลี้ยงภายในพื้นที่เหล่านี้ได้ถูกต้อง

และนี่ก็คือหลักในการทำเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งเป็นไปตามหลักแนวเศรษฐกิจแบบพอเพียง ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่า หากคุณทำเกษตรตามหลักการนี้ได้ จะทำให้คุณได้รับประโยชน์ภายในพื้นที่ทั้งหมดของคุณได้อย่างคุ้มค่า แถมยังคงประหยัดแรงงานได้อย่างแท้จริง และที่สำคัญ คุณจะมีพืชพันธุ์หลากหลายชนิด พร้อมทั้งสัตว์ที่คุณเลี้ยงเอาไว้ภายในพื้นที่นี้ นับได้ว่าเป็นผลผลิตที่คุณสามารถสร้างรายได้ได้อีกด้วย

มาทำความรู้จัก LETTER OF CREDIT กันเถอะ

understanding

สำหรับ Letter of credit หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ย่อ ๆ ว่า LC หลายต่อหลายคนอาจจะยังคงไม่รู้จัก หรือ บางคนอาจจะรู้จักกันบ้างแล้ว แต่ไม่ได้รู้ลึกถึงเรื่องนี้กันมากเท่าไหร่นัก ซึ่งในส่วนของ Letter of credit ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทุกคนภายในประเทศไทยควรที่จะศึกษา พร้อมทั้งทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อที่ความรู้นี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่มีความเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยง ซึ่งถ้าหากใครไม่มีความเกี่ยวข้องแล้วจะสามารถทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ไหม ต้องขอบอกเลยค่ะว่าทุกคนสามารถศึกษาเรื่องนี้ได้ เพราะนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความรู้ดี ๆ ที่จะทำให้คุณสามารถรับรู้อะไรได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการชำระเงินค่าสินค้าผ่านทางธนาคาร

Letter of credit คืออะไรกันแน่?

ต้องขอบอกเลยค่ะว่า Letter of credit คือ รูปแบบการชำระเงินค่าสินค้า ซึ่งเป็นการชำระเงินผ่านทางธนาคารที่มักจะได้รับความนิยมอย่างสูงสุด เนื่องจากสามารถรับประกันได้ว่า ผู้ขายจะได้รับการชำระเงินค่าสินค้าเมื่อมีการส่งมอบสินค้าลงเรือเพื่อทำการขนส่ง รวมไปถึงเป็นการรับรองว่าผู้ซื้อจะได้รับสินค้า เมื่อได้มีการโอนเงินหรือจ่ายเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่ง Letter of credit ถือได้ว่าเป็นตราสารทางการค้าอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ถูกออกหรือกำหนดขึ้นโดยธนาคารพาณิชย์ และตราสารนี้จะถูกส่งไปยังผู้ขาย โดยข้อมูลภายในเอกสารจะเป็นไปตามคำรับรองของธนาคารผู้ที่ทำการเปิด Letter of credit โดยตรง

Letter of credit มี 2 ประเภทด้วยกัน

1.ประเภทที่สามารถเพิกถอนได้ – ในส่วนของตราสารประเภทนี้นั้น มักจะไม่เป็นที่นิยมสำหรับธุรกิจการค้า เป็นเพราะเมื่อทางธนาคารของทางด้านซื้อ ได้มีการออกตราสารเพื่อส่งไปยังธนาคารผู้ขายแล้ว ทางด้านธนาคารผู้ซื้อยังคงสามารถบอกยกเลิกตราสารทุกฉบับได้ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องทำการแจ้งไปยังฝ่ายผู้ขายแต่อย่างใด

2.ประเภทที่ไม่สามารถเพิกถอนได้อย่างเด็ดขาด – สำหรับประเภทนี้ถือได้ว่าเป็นตราสารที่ได้รับความนิยม เพราะสามารถให้การรับรองแก่ฝ่ายผู้ขายและฝ่ายผู้ซื้อได้เป็นอย่างดีเยี่ยมเลยทีเดียว เพราะทางด้านผู้ซื้อจะไม่มีสิทธิ์บอกยกเลิกตราสารการซื้อขายแต่อย่างใดนั่นเอง

และนี่ก็คือเรื่องราวของ Letter of credit ซึ่งเป็นอีกหนึ่งระบบที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกเช่นเดียวกัน ลองนึกดูสิว่า หากอนาคตมีระบบการโอนเงินผ่านการซื้อขายสินค้าที่สามารถเชื่อมโยง หรือ สร้างความชัดเจนผ่านการซื้อขายได้มากขึ้นเรื่อย ๆ ย่อมส่งผลดีต่อการทำธุรกิจร่วมกันทั่วทุกประเทศในอนาคตอันใกล้

Startup ธุรกิจก้าวกระโดด ที่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

startup

หากเราพูดถึง Startup หากเป็นต่างประเทศย่อมรู้จักคำนี้กันเป็นอย่างดี แต่สำหรับภายในประเทศไทยแล้ว ดูเหมือนว่าคำนี้จะไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนัก ที่แน่ ๆ ก็คือกระแสของ Startup จริง ๆ แล้วนับได้ว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว การเริ่มต้นทำ Startup เกิดขึ้นอย่างมากมายจนทำให้คนทั่วโลกต่างก็สัมผัสได้ หลากหลายคำถามที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ Startup จึงมีอยู่มากมาย ว่าตกลงแล้วนั้น Startup คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรนั่นเอง ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Startup พร้อมทั้งได้รับในทุก ๆ คำตอบจากหลากหลายคำถามไปพร้อม ๆ กัน

Startup คืออะไรกัน ? มีความสำคัญอย่างไร ?

จริง ๆ แล้วคำว่า Startup สามารถให้ความหมายได้ว่า บริษัท และ ธุรกิจ ที่ได้ถูกออกแบบขึ้นมาให้มีลักษณะที่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ทุกอย่างเป็นไปในลักษณะของการก้าวกระโดด และนับได้ว่าจะต้องมีการวางแผนผ่านการทำธุรกิจนี้อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคน พนักงาน รวมไปถึงเงินทุน ตลอดจนกระทั่งวิธีการทำงานและการวางแผนการตลาด ทุกอย่างจำเป็นจะต้องใช้ความสามารถในการสร้างกำไรให้ได้อย่างเป็นระบบ เพื่อที่จะสามารถพัฒนาและเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
การเกิดขึ้นของ Startup

จริง ๆ แล้ว Startup เป็นสิ่งที่ถูกนิยามขึ้นมาหลากหลายปีแล้ว โดยจุดเริ่มต้นของ Startup นั้น เกิดขึ้นจากความต้องการของกลุ่มคนที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตนเอง ความเป็น Startup ที่แท้จริงคือธุรกิจทุกรูปแบบที่มีไอเดียใหม่ ๆ ความคิดใหม่ ๆ ซึ่งจะต้องไม่มีใครสร้างหรือทำมาก่อน จนกระทั่งสามารถขยายตลาดได้อย่างน่าทึ่ง เติบโตได้อย่างรวดเร็วจนน่าพึงพอใจนั่นเอง

ลักษณะของ Startup ที่ควรรู้

  1. เป็นธุรกิจใหม่ ซึ่งจะต้องไม่มีใครได้ทำมาก่อนหน้านี้
  2. เป็นธุรกิจที่สามารถก้าวกระโดดและเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มีความยั่งยืน
  3. สินค้าและบริการส่วนใหญ่ มักจะเป็นที่ต้องการของตลาด
  4. เป็นธุรกิจที่สามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

ตัวอย่างของธุรกิจ Startup ที่สำเร็จในระดับโลก

  • Facebook
  • Line
  • Airbnb
  • Dropbox
  • Snap เป็นต้น

สำหรับกลุ่มคนที่ต้องการมีธุรกิจส่วนตัวให้เป็นของตนเอง สามารถเริ่มต้นได้ในรูปแบบของ Startup เพราะในปัจจุบันภายในประเทศไทย ยังคงมีธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย และหลากหลายธุรกิจที่ว่านี้ ก็ยังคงเป็นไปในรูปแบบของ Startup เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ที่มีไอเดียดี ๆ ความคิดดี ๆ ที่แปลกใหม่ และได้สร้างขึ้นให้กลายเป็นธุรกิจขึ้น ย่อมต้องมีการวางแผนและดำเนินการต่าง ๆ ให้รอบคอบ จึงเป็นไปในลักษณะของความเป็น Startup เกิดขึ้นแต่ยังคงมีความสมบูรณ์ และนี่ก็คืออีกหนึ่งช่องทางที่จะทำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนา และเจริญก้าวหน้าไปด้วยธุรกิจใหม่ ๆ ที่สามารถตอบสนองและครองได้ตลอดในทุกวันนี้

เรียนรู้ไปกับ Co Working Space

Co Working Space

หากพูดถึง Co Working Space หลายคนก็อาจจะสงสัยว่า คำ ๆ นี้คืออะไรและหมายถึงอะไรเป็นหลัก และถ้าหากมองในแง่ของความหมายตลอดจนกระทั่งมุมมองผ่านคำ ๆ นี้ คนไทยส่วนใหญ่แทบที่จะไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำไปว่าคืออะไร และคำนี้ก็แทบจะดูใหม่มากสำหรับคนไทยโดยตรง แต่ถ้าหากพูดคำ ๆ นี้ในต่างประเทศเชื่อได้เลยว่า ทุกคนในต่างประเทศย่อมรู้จักกันเป็นอย่างมาก ซึ่งในตอนนี้สำหรับประเทศไทยถือได้ว่าเป็นสิ่งใหม่ที่น่าเรียนรู้และน่าค้นหา เพื่อให้เข้ามาเติบโตภายในประเทศของเราและส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยได้ในอนาคต ส่วน Co Working Space คืออะไรกันแน่ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ

Co Working Space เป็นอย่างไรและคืออะไร ?

สำหรับ Co Working Space หากจะให้อธิบายแบบเข้าใจได้ง่ายมากที่สุด เราสามารถบอกได้ว่าคำ ๆ นี้คือ สถานที่ที่ของเหล่านักธุรกิจ หรือผู้ที่มีความฝันอยากจะมีกิจการเล็ก ๆ เพื่อเอาไว้ทำธุรกิจ ซึ่งพวกเขาจะไม่ได้เป็นเจ้าของสถานที่นี้แต่อย่างใดเลย แต่เป็นการเช่าพื้นที่นี้เอาไว้ อาจจะเช่าเป็นรายวัน รายเดือน หรือแม้กระทั่งรายปี ในส่วนนี้ขึ้นอยู่กับการตกลงกับเจ้าของเป็นหลัก เปรียบเสมือนว่าเจ้าของพื้นที่ Co Working Space เป็นเจ้าของตึกและเปิดให้เช่า ภายในตึกมีทั้งโต๊ะทำงาน สถานที่ทำงาน ห้องประชุมในรูปแบบต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งระบบอินเตอร์เอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เข้ามาเช่านั่นเอง

Co Working Space มีดีอย่างไรบ้าง?

  • เราไม่จำเป็นจะต้องมีพื้นที่ สถานที่ที่เรียกว่าเป็นออฟฟิศของตนเอง เราก็ยังคงสามารถเริ่มต้นทำกิจการหรือธุรกิจที่เราฝันอยากจะทำได้
  • สามารถประหยัดเงินทุนผ่านการสร้างสถานที่ในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับผู้ประกอบการใหม่ ๆ ที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตนเอง
  • สำหรับผู้ที่ต้องการเช่าพื้นที่ในรูปแบบห้องประชุม สามารถลงทุนจ่ายค่าเช่าเฉพาะห้องประชุมเพียงเท่านั้น ในเฉพาะช่วงที่คุณต้องการจะเช่า
  • ถือได้ว่าเป็นแหล่งพบปะพูดคุย สังสรรค์และสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นแก่ผู้ประกอบการหรือนักธุรกิจหน้าใหม่ได้ทั้งหมด
  • เป็นพื้นที่ในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เริ่มต้นคิดอยากจะทำธุรกิจต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี และสามารถประหยัดงบได้ดีกว่าที่จะสร้างพื้นที่หรือสร้างสำนักงานให้กับตนเอง
  • สามารถเลือกใช้บริการ หรือ เลิกเช่าพื้นที่ได้ตามความต้องการของคุณเป็นหลัก

ผู้ที่ให้บริการเกี่ยวกับ Co Working Space เอง ก็คือผู้ที่มีพื้นที่ให้เช่าและเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเสริมสร้างรายได้เข้ามาสู่ตนเองได้เป็นจำนวนมาก นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพได้เลยก็ว่าได้ ในตอนนี้ประเทศไทยพอที่จะมีคนทำอาชีพนี้กันบ้างแล้ว แต่ยังคงไม่เจริญเติบโตมากนัก ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้หากมีผู้คนรู้จักอาชีพนี้กันมากขึ้น ย่อมเจริญเติบโตและไปได้ไกลมากกว่านี้อย่างแน่นอน

ความหมายและคุณสมบัติ ของเศรษฐกิจพอเพียง ที่เราทุกคนพึงมี

ความพอดี

ไม่มีคนไทยคนไหนที่ไม่รู้จักกับคำว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เพราะความพอเพียงคือสิ่งที่คนไทยควรตระหนักถึง เนื่องจากเป็นคำสอนของพ่อ พ่อผู้เป็นบิดาของคนทั้งประเทศ และด้วยคำสอนนี้ถึงแม้ว่าชื่อจะดสั้น แต่กลับมีความหมายและส่งผลทำให้ผู้ที่ปฏิบัติได้จริง ได้ค้นพบและพัฒนาตนเองไปสู่เส้นทางการใช้ชีวิตที่ดีได้ยิ่งขึ้น เนื่องจาก เศรษฐกิจที่พอเพียง เปรียบเสมือนเป็นปรัชญาที่สามารถชี้นำถึงแนวในการดำเนินชีวิตที่ดี ซึ่งประชาชนทุกคนจะสามารถปฏิบัติตนให้อยู่ได้ในทุก ๆ ระดับ โดยยึดหลักการดำรงชีวิตให้มีความพอประมาณ มีเหตุผล และมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวเองที่ดีพอ เพื่อที่จะสามารถแก้ปัญหาที่เข้ามาในชีวิตของตนเองได้

คุณสมบัติของเศรษฐกิจพอเพียง

ต้องรู้จักความพอประมาณ – ความพอประมาณที่ว่านี้ คือ ความพอดีที่เกิดขึ้นได้ โดยที่จะต้องไม่น้อยเกินไป หรือ ไม่มากจนเกินไป และดำรงชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องเบียดเบียนใคร พร้อมทั้งจะต้องไม่เบียดเบียนตนเองร่วมด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของการผลิตและการใช้ชีวิตด้วยความเป็นอยู่ในระดับที่มีความพอประมาณ จะช่วยทำให้ชีวิตของผู้ที่ปฏิบัติเช่นนี้ สามารถเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้อย่างแน่นอน

ต้องเป็นผู้ที่มีเหตุผล – การดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงนั้น ผู้ดำรงชีวิตตามหลักคำสอนนี้ จะต้องเป็นผู้ที่มีเหตุผลผ่านการตัดสินใจเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจในเรื่องใดก็ตาม โดยเฉพาะเป็นการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับระดับความพอเพียง ซึ่งผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้จะต้องมีเหตุผลเท่านั้น การพิจารณาจากเหตุที่เกิดขึ้น ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยง นับได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก และควรคำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบร่วมด้วยเสมอ

สร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต – การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต นับได้ว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญของการดำรงชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยการสร้างภูมิคุ้มกันที่ว่านี้ เปรียบเสมือนเป็นการเตรียมตัวเพื่อให้เกิดความพร้อมต่อการรับผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้จากการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเราจะต้องคำนึงถึงความเป็นไปได้ และจะต้องวางแผนพร้อมทั้งคาดการณ์ถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะสามารถเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพื่อช่วยเหลือในการตัดสินใจผ่านการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ

ทั้ง 3 ข้อนี้ นับได้ว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของหลักเศรษฐกิจพอเพียง ผู้ที่ปฏิบัติได้ย่อมเดินทางสายกลางซึ่งถือได้ว่าเป็นเส้นทางที่ถูกต้องสำหรับการดำเนินชีวิต ความรู้ ความรอบรู้ นำมาสู่การดำเนินชีวิตได้อย่างระมัดระวัง อีกทั้งผู้ที่มีคุณธรรมในจิตใจ ย่อมประกอบไปด้วยความซื่อสัตย์ ความขยัน พร้อมทั้งสติปัญญา ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้นได้ และ อยู่ได้อย่างรอดปลอดภัย

การทำอย่างพอดี

รู้เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปให้ไว เพื่อปรับตัวให้ทันก่อนสายเกิน

เศรษฐกิจทั่วโลก

เรื่องราวของเศรษฐกิจนั้นไม่ใช่เรื่องใกล้ตัวเลย ทุกคนจำเป็นจะต้องเกี่ยวเนื่องกับระบบเศรษฐกิจอยู่ในทุกๆวัน เป็นที่รู้กันดีว่าหากเศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการขยายตัวของธุรกิจขนาดใหญ่ ส่งผลต่อมาคือธุรกิจขนาดย่อยสามารถลืมตาอ้าปากได้ง่ายยิ่งขึ้น เมื่อเป็นแบบนั้น เงินหมุนเวียนที่จะเข้ามาสู่ผู้บริโภคระดับรากหญ้าที่มีรายได้น้อยก็จะเกิดมีมากขึ้น ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นกว่าเดิมและเกิดการหมุนเวียนเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ

กรณีมุมตรงข้าม ถ้าเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศฝืดเคือง ธุรกิจขนาดใหญ่จะถูกกระทบเป็นลำดับแรก หากกิจการขนาดใหญ่ถูกกระทบ มีการปลดพนักงานออก มีการตัดค่าใช้จ่ายที่เกินความจำเป็น ธุรกิจขนาดย่อยก็อาจจะส่งผลกระทบโดนไปด้วยเป็นละลอก คล้ายกับโดมิโน่ สุดท้ายก็จะต้องส่งผลกระทบต่อประชาชนที่มีรายได้ระดับปานกลางถึงล่าง อาจเกิดปัญหาไม่มีเงินไว้ใช้จ่าย อาจเกิดปัญหาไม่มีค่าข้าวจนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน และแน่นอน หากเศรษฐกิจแย่ แบงค์เองก็คงจะไม่ได้ปล่อยกู้หนี้ยืมสินกันได้ง่าย

ความสำคัญของเศรษฐกิจ

เห็นถึงความสำคัญของระบบเศรษฐกิจยังเอ่ย

หลักการเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องทำความเข้าใจในระดับพื้นฐาน ไม่จำเป็นต้องเข้าถึงอย่างลึกซึ้ง เพราะเราไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ แต่ที่เราต้องรู้จักและเข้าใจมันเนื่องจากว่ามันมีผลกระทบโดยตรงกับชีวิตประจำวันของเรา หากเรารู้ว่าเศรษฐกิจไม่ดี ส่อแววที่จะส่งผลกระทบโดยตรงกับงานของเรา เราควรเตรียมใจไว้ล่วงหน้าพร้อมกับวางแผนรับมือมันให้ได้

หากรู้สายไป ใช้ชีวิตเลยเปื่อยทำตัวเรื่อยฟุ่มเฟือยเพราะคิดว่าอย่างน้อยก็มีเงินเดือน จู่ๆเจ้าของบริษัทปลดพนักงานออกฟ้าผ่า เราจะเอาตังที่ไหนมานั่งกินนั่งใช้จ่ายในแต่ละวัน มันเป็นเรื่องสำคัญ เรามาเรียนรู้เศรษฐกิจด้วยกันเถอะ มันจะทำให้ชีวิตของเรามีการวางแผน มีการออกแบบได้สมบูรณ์ขึ้น และไม่ต้องเครียดเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ พร้อมทั้งแบมืออ้ารับเงินที่ได้มากกว่าเดิมในเศรษฐกิจยุคเฟื่องฟู